26 ตุลาคม 2569 — การเสนอ “ความเห็นต่อหลักการของร่างกฎหมาย QRTC” ต่อกรมสรรพากร

26 ตุลาคม 2569 — การเสนอ “ความเห็นต่อหลักการของร่างกฎหมาย QRTC” ต่อกรมสรรพากร

พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ได้ถูกประกาศใช้แล้ว และรอบระยะเวลาบัญชีแรกที่อยู่ภายใต้ การบังคับใช้ก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว แต่ยังไม่มีรายละเอียดของกฎเกณฑ์ออกมาอย่างแน่ชัด อย่างไรก็ดี ตามมาตรา 58 ของพระราชกำหนดดังกล่าวกำหนดให้ขยายระยะเวลาการยื่นแบบและชำระภาษีสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีแรกที่ ต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มเป็น 18 เดือนนับจากวันที่กำหนดตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น หากบริษัทแม่ในญี่ปุ่นมีรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม และนิติบุคคลในเครือ (Constituent Entity) ในประเทศไทยมีวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 31 ธันวาคม กำหนดเวลายื่นแบบและชำระภาษีครั้งแรกจะเป็นวันที่ 30 กันยายน 2570 ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่ายังมีเวลาอีกระยะหนึ่ง

ในบรรดากฎเกณฑ์ในรายละเอียดเหล่านี้ เรื่องที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ “เครดิตภาษีที่เข้าเกณฑ์และสามารถขอคืนเป็นเงินสดได้ (Qualified Refundable Tax Credit: QRTC)” ดังที่ทราบกันดีว่าระบบภาษีส่วนเพิ่มนี้ใช้บังคับกับกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ (MNE) ที่มีรายได้รวมตามงบการเงินรวมของกลุ่มไม่น้อยกว่า 750 ล้านยูโรต่อปี โดยนิติบุคคลญี่ปุ่นในเครือที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่ม MNE ส่วนใหญ่มักเป็นผู้ประกอบการภาคการผลิตที่ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการยกเว้นหรือลดภาษีจาก BOI ดังนั้น กลไกของ QRTC จึงน่าจะเป็นเรื่องที่บริษัทเหล่านี้ให้ความสนใจมากที่สุด เนื่องจากในบางกรณี QRTC อาจให้ผลประโยชน์ต่อบริษัทมากกว่าสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษีของ BOI

ในช่วงแรก รัฐบาลไทยดูเหมือนจะมีแนวคิดที่จะจัดให้มีระบบ QRTC ผ่านการแก้ไขพระราชบัญญัติการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ. 2560 และมอบหมายให้ BOI เป็นผู้ดำเนินการ แต่อย่างไรก็ตาม ในระยะหลังนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเปลี่ยนไปตราพระราชบัญญัติสำหรับ QRTC ขึ้นใหม่ โดยให้กรมสรรพากรเป็นผู้ดำเนินการแทน

ภายใต้แนวทางดังกล่าว กรมสรรพากรได้เผยแพร่ร่างกฎหมายและเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน สำนักงานของเราจึงได้ยื่นหนังสือแสดงความเห็น โดยมีสาระสำคัญดังนี้

เงื่อนไขที่อาจกล่าวได้ว่าสำคัญเป็นอันดับแรกที่ทำให้ QRTC ได้รับการปฏิบัติในลักษณะคล้ายคลึงกับเงินอุดหนุน คือ การคืนเครดิตภาษีเป็นเงินสดให้แก่ผู้ขอภายใน 4 ปีนับแต่วันที่ผู้ขอมีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไขการได้รับสิทธิ อย่างไรก็ตาม บทบัญญัติในร่างกฎหมายมีความซับซ้อน และมีข้อกังวลว่าร่างดังกล่าวยังไม่มีมาตรการที่เพียงพอเพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะมีการปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ การออกแบบระบบ QRTC มีลักษณะพิเศษที่ไม่ค่อยพบในระบบทั่วไป กล่าวคือ ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นของระบบภายในของประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นระบบที่ต้องเกี่ยวข้องกับระบบกฎหมายของประเทศอื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น จึงควรที่จะหลีกเลี่ยงบทบัญญัติที่มีความซับซ้อนจนทำให้ไม่สามารถคาดการณ์ผลของการบังคับใช้ และควรมีบทบัญญัติที่ชัดเจน ซึ่งทำให้ประเทศอื่น ๆ และนักลงทุนสามารถเข้าใจได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นผลดีหรือผลเสีย ภายใต้อิทธิพลของกระแสโลกาภิวัตน์ พึงตระหนักไว้ว่า แม้แต่ในเรื่องการจัดเก็บภาษี ประเทศหนึ่งก็ไม่อาจอ้างอำนาจอธิปไตยในการจัดเก็บภาษีของตนได้โดยลำพัง โดยไม่คำนึงถึงกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศในทางกลับกัน การตรากฎหมายระบบ QRTC นี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะแสดงให้ประชาคมระหว่างประเทศเห็นอย่างกว้างขวางว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ยึดหลักนิติธรรม (Rule of Law) นอกจากนี้ ในแง่ของแนวปฏิบัติฝ่ายปกครอง ควรพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่กรมสรรพากรอย่างเพียงพอ เพื่อให้สามารถจัดหาบุคลากรที่จำเป็นต่อการบริหารจัดการระบบดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม